erefdr

ยื่น”วีซ่านักเรียนออสเตรเลีย”ไม่ต้องใช้ Statement แล้ว !!!! จริงหรอ???

ตามกฎใหม่สำหรับการขอวีซ่านักเรียนที่ออสเตรเลีย หรือที่เรียกว่าสั้นๆ SSVF ซึ่งมีการจัดระดับ Risk Level ของผูัสมัครโดยจะพิจารณาจากสองปัจจัยนะครับ

  1. Level ของสถาบันที่เราสมัคร ซี่งมีตั้งแต่ Level 1-3 (Level 1 คือ Low Risk, Level 3 คือ High Risk)
  2. ประเทศของนักเรียน

อย่างของประเทศไทยถ้าเราลงเรียนในสถาบันที่เป็น Level 2 เราก็จะถือว่าเป็นกลุ่ม Low Risk หรือความเสี่ยงต่ำนั้นเองครับ  เอ๊ะ แล้วที่นี้การเป็นนักเรียนกลุ่ม Low Risk นี้มันดียังไง

  1. ข้อแรกเลย ถ้าเราจะลงคอร์สวิชาชีพ หรือว่าคอร์สปริญญา (หรือคอร์สต่างๆที่ไม่ใช้คอร์สภาษาอังกฤษ) เราไม่จำเป็นต้องใช้ผล IELTS หรือผลสอบภาษาอังกฤษอื่นๆ ในการยื่นวีซ่าครับ เช่น ถ้าน้องต้องการเรียนทำอาหารแต่ว่าไปเลือกเรียนที่โรงเรียนที่เป็น Level 3 ต้องจะถูกจัดให้เป็น High Risk ซี่งถ้าน้องต้องการลงจริงๆ เวลายื่นวีซ่าน้องจะต้องยื่นผล IELTS ด้วย แต่ถ้าน้องสมัครเรียนในโรงเรียน Level 1 เช่น William Angliss หรือ Level 2 เช่น AITT หรือ Academia น้องจะไม่ต้องมีผล IELTS เป็นต้น
  2. น้องที่เป็นกลุ่ม Low Risk ตามกฎแล้วน้องไม่จำเป็นต้องยื่น “Financial Evidence” หรือ “หลักฐานทางการเงิน” หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า “สเตทเม้น” นั้นเอง แต่ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่มีสิทธิ์ที่จะขอเรียกดู และถ้าถูกขอเรียกดูแล้วไม่มี วีซ่าของน้องจะถูกปฎิเสธทันที

แล้วทำไมเอเจ้นหลายๆที่เค้าถึงบอกว่าไม่เป็นไรยื่นได้เลยไม่ใช่ Statement น้องก็ต้องรู้ทันเค้านิดนึง ถูกเรียกดูขึ้นมาเอเจ้นไม่ได้ถูกปฎิเสธด้วยนะครับ น้องถูกคนเดียว สำหรับนักเรียนของพี่พี่แนะนำว่าให้ใจเย็นๆ พยายามหาให้ได้ มีน้อยก็ไปสั้นๆ มีมากก็ไปยาวๆ

สำหรับน้องที่ไม่มีและอยากเสี่ยงยื่นดู (เผื่อไม่ถูกเรียกดูสเตทเม้น) ความเสี่ยงของน้องคือ

  1. ถ้าถูกเรียกและไม่มีให้ วีซ่านัก่เรียนต้องจะถูกปฎิเสธทันที (ปกติจะมีเวลาให้ยื่นได้แค่ 7 วัน)
  2. สถาบันอาจจะไม่คืนเงินค่าเรียนที่จ่ายไป เนื่องจากมันเป็นความรับผิดชอบของนักเรียนที่จะต้องเตรียมเงินเอาไว้สำหรับการไปเรียน
  3. ในกรณีที่สถาบันใจดี ให้ Refund มา ทาง เอเจ้นก็อาจจะหักเงินเอาไว้ (อันนี้หลากหลายครับโดยทั่วไปประมาณ 20-30%) ตรงนี้พี่แนะนำว่าคุยกับทาง เอเจ้นให้เคลียก่อนว่าถ้าว่าค่าบริการมีไหม เท่าไหร่?? ถ้าวีซ่าถูกปฎิเสธหักเงินอะไรรึเปล่า กรณีไหน เท่าไหร่?
 

Leave a Reply

*