เรียนภาษาที่ ออสเตรเลีย ค่าใช้จ่ายในการไปเรียน และขั้นตอนต่างๆ

เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน


 

ค่าใช้จ่ายของการไปเรียนภาษาที่ ออสเตรเลีย

หัวข้อนี้น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับน้องๆที่กำลังสนใจไปเรียนภาษาที่ออสเตรเลียนะครับ เพราะจะได้ตั้งงบประมาณกันถูก ราคาด้านล่างเป็นราคาโดยประมาณนะครับ สำหรับน้องๆหรือผู้ปกครองได้เอาไปใช้ในการตัดสินใจเบื้องต้น โดยพี่จะยึดตามการเรียนภาษา 24 สัปดาห์ และรวมค่าใช้จ่ายตามรายการด้านล่างซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นเท่านั้นนะครับ

  1. ค่าเรียนตลอด 24 สัปดาห์
  2. ค่าสมัครเรียน และค่าธรรมเนียมอื่นๆที่ โรงเรียนเรียกเก็บ
  3. ค่าวีซ่า
  4. ค่าประกันสุขภาพ

ค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่สุดคือค่าเรียน ซึ่งขึ้นกับโรงเรียนที่น้องๆเลือก  เพื่อให้ง่ายสำหรับการอธิบาย เพราะโรงเรียนภาษาในออสเตรเลียมีเยอะมากครับ พี่จะแบ่งโรงเรียนทั้งหมดออกเป็น 3 กลุ่มนะครับ

  • กลุ่มที่ 1 การเรียนภาษาในออสเตรเลียแบบประหยัด (Budget) – ค่าใช้จ่ายอยู่ประมาณ 140,000 –  160,000 บาท
  • กลุ่มที่ 2 กลุ่มโรงเรียนภาษาโดยเฉพาะ (Specialist) – ค่าใช้จ่ายอยู่ประมาณ 170,000 – 200,000 บาท
  • กลุ่มที่ 3 กลุ่มโรงเรียนภาษาในมหาวิทยาลัย (University) – ค่าใช้จ่ายอยู่ประมาณ 210,000 – 300,000 บาท

ส่วนน้องจะเลือกกลุ่มไหนนั้นก็แล้วแต่กำลัง และความต้องการของน้องเลยครับ แต่ละกลุ่มก็จะมีจุดเด่นและจุดด้อยที่แตกต่างกันออกไป แต่ละเมืองจะมีโรงเรียนทั้งสามประเภทนี้อยู่แล้ว น้องๆที่ต้องการข้อมูลของกลุ่มไหนเป็นพิเศษส่งข้อความมาถามกันได้เลย

เมืองไหนใน ออสเตรเลีย ที่เหมาะกับการเรียนภาษามากที่สุด

แต่ละเมืองของออสเตรเลียจะมีความแตกต่างกันออกไปไม่ซ้ำกันเลย ดังนั้นคงจะไม่มีเมืองใดเมืองหนึ่งดีที่สุดสำหรับทุกคน พี่AtEd ว่าเดี่ยวพี่อธิบายลักษณะของเมืองหลักๆให้น้องๆฟัง และไปตัดสินใจเองดีกว่าว่าเมืองไหนน่าจะเหมาะกับน้องที่สุด พี่ขอเลือกมาเมืองที่มีโรงเรียนภาษาเยอะๆนะครับ แต่ถ้าใครอยากรู้เมืองอื่นๆก็ส่งเข้ามาถามได้ครับ (อ้อ ตัดสินใจแล้วอย่าลืมกด Vote ให้เมืองที่ตัวเองเลือกด้วยนะครับ)

ซิดนีย์ (Sydney)

  • จุดเด่น: เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย คนเยอะ งานเพียบ สังคมคนไทยที่นี่ใหญ่มาก ถึงขั้นมี Thai Town กันเลย มีEventจัดกันทั้งปี เหมือนกับอยู่กรุงเทพเลย เรื่อง shopping และของกิน ไม่เป็นรองใครในออสเตรเลียแน่นอน อีกอย่าง
  • จุดด้อย: เด็กไทยเยอะมาก และกลุ่มใหญ่ๆกลุ่มนึงคือ นักเรียนที่ไปเน้นทำงาน น้องคนไหนจะไปตั้งใจเรียนก็ต้องบังคับตัวเองมากหน่อย ค่าเช่าแพง แต่มีให้เลือกหลายรูปแบบ

เมลเบิร์น (Melbourne)

  • จุดเด่น: เมืองสวยออกแนวอาร์ทๆ ชิวๆหน่อย, อากาศชิวๆหนาวบ้างร้อนบ้าง, เมืองใหญ่มีอะไรให้ทำเยอะ, คนเยอะ, งานเยอะ
  • จุดด้อย: อุณหภูมิแกว่งมากๆ บรรยากาศบางช่วงจะไม่ค่อยมีแดดขมุกขมัวหน่อย (เหมาะมากกับการนอน) น้องอาจจะเจอทั้งร้อน หนาว และฝนในวันเดียวกัน, มีนักเรียนไทยเยอะระดับนึงเลยทีเดียว เรียกว่าแพ้ Sydney ไปนิดเดียว, ค่าเช่าสูงพอๆกับ Sydney แต่ยังไม่ถึงขั้นมี Thai Town

บริสเบน (Brisbane)

  • จุดเด่น: อากาศคล้ายเมืองไทยไม่หนาวมาก และมีแดดตลอดทั้งปี เป็นเมืองกิจกรรม Outdoor และกีฬา คนที่นี่รักษาสุขภาพมาก (แต่เบียร์ก็ขายดี) ค่าครองชีพถูก โดยเฉพาะค่าเช่า ความเป็นอยู่ไม่แออัดเหมือนกับสองเมืองด้านบน ร้านอาหารไทยเพียบ งาน Part time อื่นๆ ถึงจะไม่เท่า Melbourne กับ Sydney แต่ก็ถือว่าเยอะ
  • จุดด้อย: งานไม่หลากหลายเท่า Melbourne กับ Sydney แดดแรงมาก (น้องกลับไทยมาอาจจะดำกว่าเดิม) ถ้าน้องไม่ได้เป็นคนที่ชอบกิจกรรม Outdoor น้องอาจจะไม่ค่อยมีอะไรทำเท่าไหร่ ที่Shopping ต้องบอกว่าแค่พอมี ของกินก็มีหลากหลาย แต่ไม่เยอะ
Coming Soon
Total Votes : 27

ขั้นตอนในการดำเนินเรื่องไปเรียนภาษาที่ ออสเตรเลีย

ขั้นตอนต่างๆด้านล่างส่วนใหญ่เป็นไปตามที่ระบบที่รัฐบาละออสเตรเลียบังคับให้ใช้นะครับ แต่ว่าบางส่วนก็เป็นระบบการทำงานของ AtEd เองเพื่อให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ และให้คำแนะนำน้องๆได้อย่างเต็มที่

  1. การประเมินโอกาสในการได้รับวีซ่านักเรียน รวมทั้งความต้องการของน้องด้วย
  2. การการเลือกที่เรียนภาษา และการสมัครเรียน
  3. ได้รับใบตอบรับ (Offer) จากทางโรงเรียน (สำหรับการเรียนภาษาประมาณ 2-3 วันขึ้นกับโรงเรียน)
  4. จ่ายเงินตามที่ โรงเรียนเรียกเก็บมาในใบตอบรับ (Offer) และค่าใช้จ่ายอื่นๆ
  5. รอใบยืนยันการจ่ายเงิน (COE) จากทาง โรงเรียน (ใช้เวลาประมาณ 5-10 วันทำการ) และรวบรวมเอกสารวีซ่าอื่นๆ (ช้าหรือเร็วขึ้นกับน้องๆเอง)
  6. ยื่นวีซ่า และวีซ่าออก ใช้เวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์ หรือบางช่วงเวลาที่สถานทูตยุ่งมากกาจจะนานกว่านั้น

การเลือกที่เรียนภาษาที่ ออสเตรเลีย

 
              น้องๆทุกคนที่สนใจไปเรียนภาษา ที่ออสเตรเลีย การเลือกโรงเรียนเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆเลย ต้องเลือกให้เหมาะกับความต้องการของเรา เช่นถ้าใครมี Budget น้อยแต่อยากอยู่นานๆ (ทำงานเยอะๆ) ถ้าให้ไปเรียนของมหาวิทยาลัย ก็คงไม่ไหว, แต่ถ้าใครอยากเข้ามหาวิทยาลัย แต่ไปเรียนถูกๆก็คงไม่ Work เหมือนกัน  นอกจากที่เรียนแล้วก็ยังมีเรื่องอื่นๆอีกเช่น ประเภทของคอร์สเรียนภาษาซึ่งที่ออสเตรเลียก็มีเยอะ น้องหลายคนยิ่งหาข้อมูลเยอะ ก็ยิ่งสับสน ไม่ต้องห่วงครับพี่ๆ AtEdมีคำแนะนำดีๆ และสถาบันที่ใช้ให้กับน้องๆทุกคน ลองดูด้านล่างนะครับว่าความต้องการของน้องตรงกับกลุ่มไหน 

สำหรับน้องๆที่อยากไปเรียนภาษาออสเตรเลียและทำงานที่ออสเตรเลียแบบงบน้อยราคาไม่แพง

พี่แนะนำว่าเราพยายามลงเรียน ภาษา+ Diploma โดยไปเรียนภาษา แล้วก็ต่อด้วยคอร์สวิชาชีพ (เช่นCertificateหรือว่า Diploma ซึ่งก็จะใช้เวลาอีก 1-2 ปี เพราะฉะนั้นเราก็จะได้ VISA 1.5-2.5 ปีควรเลือกโรงเรียนที่มี สอบภาษา และ Diploma หรือ Certificate ของเอกชนที่ราคาไม่แพง และสามารถแบ่งจ่ายได้เยอะๆ เราจะได้วีซ่ายาวเลยทีเดียว ซึ่งจะมีประโยชน์เวลาเราหางานพาร์ทไทม์ทำด้วย
ข้อดี

  • ได้อยู่ที่ ออสเตรเลียนาน และทำให้ได้มีโอกาสได้ใช้ภาษานานขึ้น
  • ในระดับ Certificate และDiploma จะเรียนเพียง 2-4 วัน/week
  • สามารถแบ่งจ่ายค่าเรียนได้เป็นเทอมๆไป
  • เมื่อจบแล้วได้รับใบประกาศในสาขาวิชาที่เรียนซึ่งอาจจะมีประโยชน์ในการหางานที่ประเทศไทย

ข้อด้อย

  • ภาษาอาจจะไม่เนียนเหมือนคนที่เรียนภาษายาวเลย
  • มีโรงเรียนให้เลือกน้อยลง

ราคาเรียนภาษา

  • UIT-Universal Institute of Technology (กลุ่ม 2)
    • อยู่ใจกลางเมือง, บรรยากาศสบายๆ, คนไทยน้อย, มีเจ้่าหน้าที่คนไทยดูแล
  • APC-Australian Pacific College(กลุ่ม 2)
    • อยู่กลางเมือง,ราคาถูก, เรียนต่อมหาวิทยาลัยได้
  • ANC-Australian National College(กลุ่ม 2)
  • Academia(กลุ่ม 2)
    • ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ค่าเรียนภาษาราคาไม่แพง
  • RGIT (กลุ่ม 3)
    • สอน General English ราคาถูกมาก, มีโปรแกรม Diploma ให้เรียนต่อ อยู่กลางเมือง
  • CIC-Cambridge International College (กลุ่ม 3)
    • ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เดินทางสะดวก เรียนต่อได้ถึงปริญญาตรี
  • APC-Australian Pacific College (กลุ่ม 2)
    • อยู่กลางเมือง,ราคาถูก, เรียนต่อมหาวิทยาลัยได้
  • Mercury College(กลุ่ม 2)
    • ราคาถูก, มีคอร์ศ Diploma ต่อ, มีนักงานคนไทยดูแล, เดินทางสะดวก, เข้าเมือง 10 นาที
  • Victory College(กลุ่ม 2)
  • CCI-Cambridge College International (กลุ่ม 2)
    • ราคาถูก, มีคอร์ส Diploma ต่อ, เข้ามหาวิทยาลัยได้, อยู่กลางเมือง
  • AOIC(กลุ่ม 2)
  • Bridge Business College (กลุ่ม 3)
  • Australian Academy of Commerce (กลุ่ม 2)
  • LLOYD International College(กลุ่ม 2)
  • Viva College(กลุ่ม 2)
    • อยู่กลางเมือง, เดินทางสะดวก, มีคอร์ส Business และ IT
  • Queen College(กลุ่ม 2)
    • ราคาถูก มีนักเรียนต่อห้องน้อย
  • English Unlimited + APC-Australian Pacific College(กลุ่ม 2)
    • อยู่กลางเมือง,ราคาถูก, เรียนต่อมหาวิทยาลัยได้
  • Imagine College (กลุ่ม 2) Brisbane
    • เน้นการเรียนการสอน แบบ ปฏิบัติจริง ค่าเรียนถูก
  • Imagine College (กลุ่ม 3) Gold Coast
    • การเรียนการสอนที่มีคุณภาพสูง สามารถไปเรียนต่อในชั้นสูงได้
Australia – Tasmania (ทัสมาเนีย)

  • RGIT – (กลุ่ม3)
    • สอน General English ราคาถูกมาก, มีโปรแกรม Diploma ให้เรียนต่อ อยู่กลางเมือง

Australia – Perth (เพิร์ท)

  • Cambridge International College(CIC) – (กลุ่ม 3)
    • ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เดินทางสะดวก เรียนต่อได้ถึงปริญญาตรี
  • Stanley College (กลุ่ม 2)
  • Kingston International College (กลุ่ม 2)

Australia – Adelaide (แอดิเลด)

  • Salford College (กลุ่ม 2)
  • Equal International (กลุ่ม 3)
  • ACTE – Adelaide College of Technical Education (กลุ่ม 2)

สำหรับน้องๆที่ต้องการไปเรียนภาษาแบบจริงจัง แต่ไม่อยากเข้ามหาวิทยาลัย หรือว่า Diploma

แนะนำให้ไปเรียนโรงเรียนสอนภาษาโดยเฉพาะเลยครับกลุ่มนี้พี่จะเรียกว่ากลุ่ม Specialist เพราะเค้าจะชำนาญเรื่องการสอนภาษามากๆและอาจารย์จะใส่ใจกับภาษาเรามากกว่าอาจารย์ที่สอน Diploma เช่นถ้าเราเขียน หรือพูดผิดเค้าก็จะแก้ให้ แต่ของ Diploma เค้าแค่สื่อสารกันได้ก็พอและที่สำคัญเค้าจะมีหลักสูตรด้านภาษาอังกฤษให้เราเลือกลงเรียนที่หลากหลายกว่า เพื่อรองรับความต่างๆของเด็กนักเรียน น้องคนไหนสนใจไปแบบนี้ก็มีสถาบันให้เลือกเยอะครับ ราคาตั้งแต่ 220-300 AUD/week

นอกจากนี้ถ้ามีทุนหน่อยอาจจะเข้าไปเรียนในศูนย์สอนภาษาของสภาบันของรัฐบาลเลยก็ได้ บางสถาบันเช่น Deakin University, South Bank TAFE , Boxhill TAFE จะมีเปิดสอน General English ด้วย ราคาจะอยู่ประมาณ 300-450 AUD/week

ข้อดี

  • อาจารย์ที่สอนเป็นผู้ชำนาญด้านการสอนภาษาโดยเฉพาะ
  • มีกิจกรรมมากมายเพื่อให้นักเรียนได้ฝึกภาษา ทั้งกิจกรรมที่เสียเงิน และไม่เสียเงิน
  • อาจารย์จะให้ความสนใจกับการใช้ภาษาของเรา เช่นถ้าผิดก็จะแก้ให้
  • โรงเรียนอาจจะมี Facility ต่างๆที่ช่วยพัฒนาการเรียน เช่นห้อง Lab
  • บางสถาบันอาจจะมีการ Link เข้ากับมหาวิทยาลัย หรือสถาบันอื่นๆสถาบันที่แนะนำ

ข้อด้อย

  • ราคาสูงกว่าแบบแรก
  • บางโรงเรียนเราอาจจะเลือกเวลาเรียนไม่ได้

ราคาเรียนภาษา

  • Ability English (กลุ่ม 2)
    • มีการสอนแบบสบายๆ เน้นการนำไปใช้, มีกฎการใช้ภาษาอังกฤษอย่างเดียวในโรงเรียน, นักเรียนไทยไม่เยอะ
  • Impact English (กลุ่ม 2)
  • APC-Australian Pacific College (กลุ่ม 2)
    • อยู่กลางเมือง,ราคาถูก, เรียนต่อมหาวิทยาลัยได้
  • Kaplan College (กลุ่ม 2)
    • เป็น Partner กับมหาวิทยาลัย, อยู่กลางเมือง, คูณภาพการสอนสูง
  • Embassy CES (กลุ่ม 2)
    • เรียนสนุก, เน้นความมีส่วนร่วมกับนักเรียน, อุปกรณ์การสอนทันสมัยที่สุด
  • Discover English (กลุ่ม 2)
  • ELC – English Language Company (กลุ่ม 2)
  • Ability English(กลุ่ม 2)
    • มีการสอนแบบสบายๆ เน้นการนำไปใช้, มีกฎการใช้ภาษาอังกฤษอย่างเดียวในโรงเรียน, นักเรียนไทยไม่เยอะ
  • Langsports(กลุ่ม 2)
  • ILSC(กลุ่ม 2)
  • Kaplan(กลุ่ม 2)
    • เป็น Partner กับมหาวิทยาลัย, อยู่กลางเมือง, คูณภาพการสอนสูง
  • APC – Australian Pacific College (กลุ่ม 2)
    • อยู่กลางเมือง,ราคาถูก, เรียนต่อมหาวิทยาลัยได้
  • Embassy CES(กลุ่ม 2)
    • สอนสนุก, เข้ามหาวิทยาลัยได้, เน้นการมีส่วนร่วมของนักเรียน, เด่นทั้ง General English และ Academic English
  • Navitas English(กลุ่ม 2)
    • สอนดีมาก เด็กไทยน้อย เข้ามหาวิทยาลัยได้
Australia – Tasmania (ทัสมาเนีย)

  • Tasmanian College of English – (กลุ่ม2)

Australia – Perth (เพิร์ท)

  • PICE – Perth International College of English (กลุ่ม 2)
  • Navitas English (กลุ่ม 2)
    • สอนดีมาก เด็กไทยน้อย เข้ามหาวิทยาลัยได้
  • Kaplan International (กลุ่ม 2)
    • เป็น Partner กับมหาวิทยาลัย, อยู่กลางเมือง, คูณภาพการสอนสูง
  • Phoenix Academy

Australia – Adelaide (แอดิเลด)

  • Kaplan International (กลุ่ม 2)
    • เป็น Partner กับมหาวิทยาลัย, อยู่กลางเมือง, คูณภาพการสอนสูง
  • SACE, The South Australian College of English (กลุ่ม 2)

สำหรับน้องๆที่ต้องการไปเรียนภาษา ที่ออสเตรเลียเพื่อจะเรียนต่อมหาวิทยาลัย (แบบไม่ชอบความเสี่ยง, มี เงินพอสมควร, หรือว่ามีพื้นฐานภาษาที่ดีแล้ว)

สิ่งที่ควรรู้คือมีบาง มหาวิทยาลัยที่ไม่จำเป็นต้องมี IELTS ก็สามารถเข้าเรียนได้ โดยผ่านทางการสอบตรง เช่น Deakin University,  RMIT, James Cooks University, Newcastle University และอื่นๆอีกเยอะ จากนั้นไปเรียนภาษาที่ศูนย์สอนภาษาของมหาวิทยาลัยนั้นๆเลย เมื่อผ่านตามเกณฑ์ ที่เค้ากำหนดก็สามารถเข้าปริญญาโท หรือตรีได้เลย ไม่ต้องสอบ IELTS ใหม่
ข้อดี

  • เข้าปริญญาได้ง่ายกว่าไม่ต้องลุ้น IELTS อีกที
  • นักเรียนไทยน้อยมาก
  • สามารถใช้อาคารต่างๆของมหาวิทยาลัยได้ รวมทั้ง Open Seminar หรือ กิจกรรมต่างๆที่มหาวิทยาลัยจัดด้วย
  • หลักสูตรเข้มข้นกว่าโรงเรียนทั่วๆไป และมีการวัดผลจริงจัง
  • เพื่อนร่วมชั้นมีแต่นักเรียนที่ ซีเรียสเรื่องภาษาเหมือนๆกัน
  • ไม่พลาดวันเปิดเทอมของ มหาวิทยาลัย
  • ได้ Visa ยาวจนจบระดับปริญญาเลย

ข้อด้อย

  • ราคาสูงที่สุด ประมาณ 300 – 450 AUD/week
  • ไม่ได้มีคอร์สเรียนให้เลือกเยอะเหมือนแบบ Specialist

ราคาเรียนภาษา

  • Deakin University(กลุ่ม 1)
  • Swinburne University(กลุ่ม 1)
  • RMIT (กลุ่ม 1)
  • Hawthorn School of English (Pathway to University of Melbourne) (กลุ่ม 1)
  • Box Hill TAFE (กลุ่ม 3)
  • Melbourne Polytechnic – TAFE (กลุ่ม 3)
  • UTS – University of Technology Sydney(กลุ่ม 1)
  • Macquarie University(กลุ่ม 1)
  • CET – University of Sydney (CET)(กลุ่ม 1)
  • UNSW – University of New South Wales (กลุ่ม 1)
  • James Cook University, Brisbane (กลุ่ม 2)
  • TAFE Queensland (South Bank)(กลุ่ม 2)
  • Griffith University (กลุ่ม 1)
  • UQ – University of Queensland(กลุ่ม 1)
  • QUT – Queensland University of Technology (กลุ่ม 1)

 

Australia – Tasmania (ทัสมาเนีย)

  • University of Tasmania– (กลุ่ม1)
  • TAFE of Tasmania

Australia – Perth (เพิร์ท)

  • UWA – University of Western Australia

Australia – Adelaide (แอดิเลด)

  • IELI – Pathway to University of Adelaide (กลุ่ม 2)

สำหรับน้องๆที่อยากจะไปเรียนภาษา ออสเตรเลีย เพื่อเรียนต่อปริญญาโท แต่ว่าทุนน้อย และภาษาไม่ดี

ให้แบ่ง Study Plan เป็นสองท่อน ครับ ท่อนแรกเป็นการยกระดับพื้นฐานภาษาอังกฤษโดยรวมขึ้นมาที่ระดับ Upper Intermediate โดยแนะนำให้เรียนแบบ Intensive General English จากนั้นให้เรียน IELTS ต่อสัก 8-10 weeks แล้วลองไปสอบ IELTS ดูว่าได้เท่าไหร่ เอาผลไปสมัครเรียนใน ศูนย์สอนภาษาของมหาวิทยาลัยที่เราจะเข้า
ข้อดี

  • ประหยัดเงินค่าเรียนภาษาไปได้ระดับหนึ่ง เพราะคอร์สภาษาจะอยู่ประมาณ 200-300 AUD/week
  • ไม่จำเป็นต้องเลือกมหาวิทยาลัยตั้งแต่อยู่ที่ประเทศไทย ค่อยไปเลือกทีหลังก่อนจบภาษา

ข้อด้อย

  • อาจจะใช้เวลาเรียนภาษามากกว่าแบบมหาวิทยาลัยเลย
  • ต้องต่อ VISA อีกทีตอนที่โรงเรียนสอนภาษาจบแล้ว

ราคาเรียนภาษา

  • UTS – University of Technology Sydney(กลุ่ม 1)
  • Macquarie University(กลุ่ม 1)
  • CET – University of Sydney (CET)(กลุ่ม 1)
  • UNSW – University of New South Wales (กลุ่ม 1)
  • James Cook University, Brisbane (กลุ่ม 2)
  • TAFE Queensland (South Bank)(กลุ่ม 2)
  • Griffith University (กลุ่ม 1)
  • UQ – University of Queensland(กลุ่ม 1)
  • QUT – Queensland University of Technology (กลุ่ม 1)
Australia – Tasmania (ทัสมาเนีย)

  • University of Tasmania– (กลุ่ม1)
  • TAFE of Tasmania

Australia – Perth (เพิร์ท)

  • UWA – University of Western Australia

Australia – Adelaide (แอดิเลด)

  • IELI – Pathway to University of Adelaide (กลุ่ม 2)

วีซ่านักเรียนออสเตรเลียทำไงให้ผ่าน

บอกกันตามตรงเลยครับว่าทุกการยื่นวีซ่ามีความเสี่ยง โดยแต่ละเคสจะเสี่ยงมากหรือน้อยไม่เหมือนกัน โดยสถานทูตออสเตรเลียเค้าจะพยายามแยกคนที่ตั้งใจไปเรียนจริงๆ ออกมาจากกลุ่มคนที่อาจจะไม่ได้ตั้งใจไปเรียนเป็นหลัก โดยเค้าจะดูเอกสารต่างๆที่เราส่งไปให้เค้าดู (แน่นอนว่าเค้าไม่เชื่อทั้งหมด) และใช้ความคิดเห็นส่วนตัวในการตัดสิน ดังนั้น สำหรับน้องหลายๆคนก็อาจจะไม่มีวันผ่านเลยก็ได้ และคนที่มี Profile ในแบบที่สถานทูตไม่ชอบก็จะมีความเสี่ยงมากกว่าคนที่มี โปรไฟล์ในแบบที่สถานทูตชอบ  วันนี้พี่ขอยกตัวอย่าง Profile ในแบบที่สถานทูตไม่ชอบมาให้ดูล่ะกันนะครับ ถ้าใครอยากถามเกี่ยวกับ Profile ของตัวเองเป็นพิเศษก็สามารถกรอก LINK : http://form.jotform.me/form/41264081470448 มาได้นะครับ

Profile ในแบบที่สถานทูตไม่ชอบ (ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ผ่านแน่ๆนะครับ มันจะต้องดูเรื่องอื่นๆประกอบด้วย)

  1. ชีวิตมีช่องว่าง – คือมีช่วงเวลาที่ไม่มีหลักฐานว่าเราทำอะไรอยู่ ไม่เรียน ไม่ทำงาน ถ้ามีเกิน 4 เดือนถือว่าไม่ค่อย ok แล้วครับ
  2. คนเปลี่ยนสายงานบ่อยๆ – มันจะแสดงให้เห็นถึงความไม่มั่นคงในการงานของเราครับ เค้าอาจจะห่วงว่าเราจะไปโดดวีซ่ารึเปล่า
  3. คนที่รายได้ไม่สมกับอายุ – คล้ายๆกับข้อสองครับ
  4. คนที่ไม่ได้เรียนมาเป็นเวลานาน แล้วอยู่ๆก็อยากไปเรียน (โดยเฉพาะน้องที่ไม่จบปริญญาตรี) – เรื่องนี้อาจจะไม่ใช้ข้อหาใหญ่ครับ แต่ถ้าอธิบายไม่ดีก็ไม่รอด
  5. คนที่ไม่มีเงิน Statement – ข้อนี้ไม่ได้แน่นอนครับ ไม่มี ไม่ผ่านชัวร์

วันนี้เอาแค่เบาๆก่อนล่ะกันครับ จริงๆแล้วยังมี Profile อีกหลายแบบที่สถานทูตออสเตรเลียถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงสำหรับวีซ่านักเรียน ถ้าน้องคนไหนอยากถาม โปรไฟล์ของตัวเองก็กรอกข้อมูลใน Link ด้านบนมาได้ครับ เดี๋ยวพี่ๆจะตอบไปให้

บทความอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

 

4 Comments

  • Posted August 14, 2015

    วุฒิชัย ช่วยชุม

    สนใจเรียนภาษาครับ แต่จะสอบถามว่าเราทำวีซ่าไปเรียนภาษาก่อนได้มั้ยครับ ถ้าเราโอเคกับการใช้ชีวิตที่นั่น จะต่อวีซ่าเพื่อเรียนDiphomaได้มั้ย หรือต้องทำไปทีเดียวเลยครับ
    แล้วต้องมีเงินทุนอย่างน้อยเท่าไหร่ครับ เรียนภาษาอย่างเดียวใช้เงินอย่างน้อยเท่าไหร่ และหากเรียนต่อต้องเตรียมเงินอย่างน้อยเท่าไหร่ ถึงจะทำวีซ่าผ่านแบบรอบเดียว สนใจมากๆครับ

    • Posted April 19, 2016

      P’ Gus

      สวัสดีค่า คุณ วุฒิชัย

      น้องสามารถทำเรื่องไปเรียนภาษาก่อนได้นะคะ แล้วถ้าชอบวิถีชีวิต ชอบโรงเรียน น้องสามารถลงคอร์ส diploma ต่อได้ โดยสามารถต่อ visa ที่ออสเตรเลียได้เลย พี่พลอยจะเป็นคนดูแลให้ทั้งหมดค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับ statement ที่น้องยื่นกับทางสถานทูตด้วย ทีนี้คำถามที่ว่า “ต้องมีเงินทุนเท่าไหร่” มันขึ้นอยู่กับว่าน้องจะลงเรียนที่สถาบันไหน และ เรียนเป็นระยะเวลาเท่าไหร่ มันจะมีรายละเอียดปลีกย่อยค่อนข้างเยอะค่ะ

      ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
      พี่พลอย MOB: 099-281-8044 Line : ateducation1

  • Posted October 24, 2013

    Beer

    ถ้าภาษาเราไม่แข็ง ต้องการไปเรียนต่อ diploma degree ที่ Australia ต้องใช้เงินทุนเท่าไหร่คะ เบื้องต้น สามารถผ่อนจ่ายได้มั้ยคะ

    • Posted November 15, 2013

      P’ Gus

      เรือ่งการไปเรียนและทำงานที่ Australia แต่ภาษาไม่แข็ง ไม่ต้องเป็นห่วงครับ ไปได้อยู่แล้ว เกือบทุกโรงเรียนเลยจะมี Program ภาษาอังกฤษให้เราด้วย (จ่ายตังนะครับ ไม่ฟรี)
      โดยการไปจะเป็นอย่างนี้นะครับ

      Step 1 เรียนภาษา จะมากจะน้อยก็ขึ้นอยู่กับระดับภาษาอังกฤษของเรา โดยมากจะประมาณ 6 เดือน ไม่จำเป็นต้องมีผลสอบ IELTS นะครับ สามารถไปได้เลย

      Step 2 หลังจากที่จบภาษาแล้วก็จะเรียนคอร์สหลักต่างๆต่อ เช่น Diploma in Business, Management, Marketing etc.

      ค่าใช้จ่าย : ถ้าคอร์สเรียนแบบประหยัด visa ประมาณ 2.5 ปี ก็จะมีตามนี้ครับ
      Sydney : Mercury College : 169, 000 บาท เฉพาะค่าเรียน
      Melbourne: AITT : 200,000 บาท เฉพาะค่าเรียน

      ถ้าน้อง ฺฺBeer สนใจอันไหนก็ Line หรือ โทรมาถามได้นะครับ
      085 3497637
      LINE ID : Relaxgus

Leave a Reply

*

Related posts

เรียนภาษาอังกฤษที่ ออสเตรเลีย 6 เดือน เพียง 4 ขั้นตอนง่ายๆ ก็ไปเรียนได้

เรียนภาษาอังกฤษที่ ออสเตรเลีย 6 เดือน เพียง 4 ขั้นตอนง่ายๆ ก็ไปเรียนได้

การไปเรียนภาษาที่ ออสเตรเลีย 6 เดือน ใครหลายคนคงคิดว่ามีขั้นตอนที่ยุ่งยาก แต่ไม่ใช่เลย พี่ๆจะอธิบายให้เข้าใจสั้นๆ เพียง 4 ขั้นตอนง่ายๆ เท่านั้น และแน่นอนว่าน้องๆจะเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งเลยทีเดียว

How to หาที่พักใน Melbourne ทั้ง 5 แบบ

How to หาที่พักใน Melbourne ทั้ง 5 แบบ

สำหรับน้องๆที่กำลังมองหาที่พักอยู่ วันนี้พี่ๆ AtEd จะมาให้ข้อมูลในการหาที่พัก เพื่อช่วยในการตัดสินใจในการเลือกที่พักได้มากขึ้น ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีข้อแตกต่างกันในหลายๆอย่าง แบบที่ 1  หาที่พักในเว็บไทย แบบที่ 2...

เรียนภาษาอังกฤษ และทำงานที่ ประเทศนิวซีแลนด์ดีไหม ?

เรียนภาษาอังกฤษ และทำงานที่ ประเทศนิวซีแลนด์ดีไหม ?

ถ้าน้องๆคนไหนมองหาประเทศที่จะไปเรียนภาษา และทำงานพาร์ททามไปด้วยได้ และอยากได้เมืองที่สงบๆ คนไทยน้อยหน่อย และมีธรรมชาติสวยๆ ผู้คนน่ารักใจเย็น ความปลอดภัยสูง, ค่าครองชีพไม่แพงมาก ลองหันมามองดูทางนี้ครับ...